ตะลุยสร้างบ้านใหม่ในยุคครีเทเชียสกับ Terra Nova

ตะลุยสร้างบ้านใหม่ในยุคครีเทเชียสกับ Terra Nova

เผยแพร่เมื่อ: 25 May 2021

อ่าน: 118 read

ตะลุยสร้างบ้านใหม่ในยุคครีเทเชียสกับ Terra Nova


 

 

ในภาพยนตร์และนวนิยายหลายเรื่องมักจะชอบกล่าวถึงยุคสมัยโบราณสมัยหนึ่งนั้นก็คือ ยุคครีเทเชียส (Cretaceous) โดยคำว่ายุคครีเทเชียสแท้ที่จริงแล้วเป็นชื่อเรียกช่วงเวลาของแผ่นธรณีโลกหรือยุคทางธรณีวิทยาย่อยของมหายุคมีโซโซอิก (Mesozoic Era) ซึ่งเป็นคำเรียกรวมยุคช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์ครองโลกโดยจะเริ่มต้นจากยุคไทรแอสซิก เป็นช่วงเริ่มต้นยุคไดโนเสาร์ครองโลกประมาณ 251 ถึง 199.6 ล้านปีก่อน ตามมาด้วยยุคจูแรสซิก(Jurassic) ที่ไดโนเสาร์เข้ามาครองโลกอย่างเต็มตัวและเริ่มเกิดนกกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแล้วโดยชื่อยุคดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับชื่อดังของฮอลลีวู้ด Steven Spielberg นำไปสร้างภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Jurassic Park (1993) ช่วงเวลาต่อมาก็คือยุค ยุคครีเทเชียส (Cretaceous) ยุคสุดท้ายที่ไดโนเสาร์ยังคงครองโลกและเริ่มเข้าสู่การสูญพันธุ์ซึ่งในยุคนี้มีรายชื่อไดโนเสาร์กว่าประมาณ 102 รายชื่อ

 

           

            

 

 

ไดโนเสาร์ (dinosaur) นั้นเป็นสัตว์โบราณกาลที่ครองโลกมาตั้งแต่ 250 กว่าปีมาแล้ว คนทั่วไปอาจจะคิดนะครับว่ามันเป็นสัตว์เลื้อยคลานหากแต่ความเป็นจริงนั้นมันเป็นส่วนผสมระหว่างสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ประเภทนกที่มีขนาดใหญ่และสามารถครองโลกอยู่นานกว่า 165 ล้านปี ทั้งนี้ มีการขุดค้นพบซากโครงกระดูกพวกมันครั้งแรกในปี ค.ศ. 1822 โดยกิเดียน แมนเทล (Gideon Algernon Mantell) ชายอัจฉริยะชาวอังกฤษผู้เป็นทั้งสูตินารีแพทย์ นักธรณีวิทยาและนักบรรพชีวินวิทยา จากนั้นนักธรณีวิทยาหลายท่านก็เริ่มแสดงงานวิชาการจากการศึกษาซากโครงกระดูกไดโนเสาร์และการค้นพบพวกมันจากทั่วทุกมุมโลกในปัจจุบันสถานที่ที่มักพบซากโครงกระดูกไดโนเสาร์มากก็คือในประเทศอาเจนติน่าและประเทศจีน

 

 

สำหรับในประเทศไทยมีทั้งการค้นพบซากไดโนเสาร์ที่ได้เคยมีการค้นพบไปแล้วและไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ที่ยังไม่เคยมีการค้นพบโดยส่วนใหม่จะค้นพบในบริเวณภาคอีสาน อาทิ สยามโมไทรันนัส  อิสานเอนซิส (Siamotyrannus  isanensis) ไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ที่ค้นพบที่หินลาดยาว  อำเภอภูเวียง  จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี พ.ศ.2536 และไดโนเสาร์ชนิดคอยาวภูเวียงโกซอรัส  สิรินธรเน่ (Phuwiangosaurus sirindhornae) ที่ค้นพบในบริเวณเดียวกัน เป็นต้น

 

 

                       

 

 

โดยภาพยนตร์และซีรีส์รวมถึงนวนิยายทั้งหลายที่เขียนถึงเรื่องราวการผจญภัยเกี่ยวกับยุคดังกล่าวส่วนใหญ่มักจะเป็นการกล่าวถึงการที่เหล่าไดโนเสาร์กลับพลิกฟื้นคืนชีพหรือหลุดรอดพ้นจากการสูญพันธ์มาไล่กัดผู้คนในยุคปัจจุบันไม่ก็การย้อนเวลาไปหาพวกมันหากแต่ก็มักจะถูกผูกกับกฎของทฤษฎีปีกผีเสื้อขยับปีก (butterfly effect )ที่ปรากฏในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์บ่อย ๆ ว่าเมื่อใดที่คุณไปกระทำการเปลี่ยนแปลงสิ่งเล็ก ๆ ไว้แม้จะแค่เผลอไปเหยียบผีเสื้อสักตัวในยุคไดโนเสาร์ก็อาจก่อให้อนาคตโลกปัจจุบันล้มสลายลงได้

 

 

อย่างไรก็ตามก็ยังมีอีกซีรีส์หนึ่งที่เลือกจะนำเอาการข้ามกาลเวลาไปสู่ยุคโบราณอย่าง ยุคครีเทเชียส (Cretaceous)โดยที่ไม่สนใจทฤษฏีดังกล่าวเลยก็คือซีรีส์ชุด Terra Nova เจาะยุคไดโนเสาร์หยุดโลก โดยซีรีส์ชุดนี้จะกล่าวถึงโลกของเราในยุคอนาคตที่แทบไม่มีพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์อยู่อีกแล้วด้วยสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายที่เกิดมาจากน้ำมือของมนุษย์เองทำให้โลกถึงคราวล่มสลายความหวังเดียวก็คือการที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์กลับค้นพบอุโมงค์กาลเวลาซึ่งเชื่อมต่อไปยังอดีตในยุคครีเทเชียส (Cretaceous) หากแต่เมื่อพวกเค้าได้ส่งตัวส่งสัญญาคุณภาพสูงที่สามารถคงอยู่ข้ามกาลเวลาไปอีกหลายร้อยล้านปีข้างหน้าไปยังช่วงเวลาดังกล่าวพวกเค้ากลับไม่เคยพบเลยว่าตัวส่งสัญญาณนั้นได้เคยปรากฏตัวในประวัติศาสตร์ยุคใดของโลกมนุษย์

 

 

 

 

นั่นจึงทำให้พวกเค้ารู้ว่าช่วงเวลาที่ประตูแห่งกาลเวลาพาไปนั้นเป็นเส้นเวลาคนละเส้นทางกับที่พวกเค้าอยู่ทำให้ไม่ว่าจะทำสิ่งใดลงไปในช่วงเวลานั้นมันจะไม่ส่งผลกระทบไปยังโลกในยุคปัจจุบันที่เค้าอยู่ ด้วยเหตุนี้เองเมื่อโลกในยุคปัจจุบันมันอยู่ไม่ได้อย่ากระนั้นเลยโครงการส่งคนย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากเริ่มต้นใหม่ในโลกอดีตยุคครีเทเชียส (Cretaceous)ที่เต็มไปด้วยเหล่าไดโนเสาร์เจ้าของบ้านจึงได้เริ่มต้นขึ้นในชื่อการสร้างเมือง Terra Nova พบการผจญภัยในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของมนุษย์ในยุคครีเทเชียสได้ใน Terra Nova เจาะยุคไดโนเสาร์หยุดโลก